
ข้อมูลนี้อ้างอิงจากประสบการณ์จริงของผู้ขายวัสดุแพ็คกิ้งที่อยู่ในวงการมากว่า 30 ปี
1. ฟิล์มยืด (Stretch Film) – วัสดุพื้นฐานที่ทุกธุรกิจต้องมี
ฟิล์มยืดที่ดีจะช่วย
- ยึดสินค้าให้แน่น
- ป้องกันความชื้นและฝุ่น
- ลดความเสียหายระหว่างขนส่ง
“แล้วฟิล์มยืดแบบไหนดีที่สุด?”
ให้ดู 3 จุดนี้
- ความหนา (Micron) – ยิ่งหนา ยิ่งทน
- ความยืดตัว (Stretch) – ดึงได้มาก ลดการใช้ฟิล์ม
- ความเหนียว (Cling) – เกาะตัวดี ไม่หลุดง่าย
ฟิล์มยืดที่ CNP 2000 ขายจะเน้น
- เนื้อฟิล์มใส
- เหนียว
- ไม่ขาดง่าย
ซึ่งเหมาะกับทั้งร้านออนไลน์และโรงงาน
2. เทปกาว – จุดเล็กๆ ที่ส่งผลใหญ่กับคุณภาพแพ็คกิ้ง
หลายร้านเลือกเทปเพราะ “ราคาถูก” แต่สุดท้ายต้องปิดกล่องหลายรอบ ทำให้เปลืองกว่าของคุณภาพดี
ให้จำง่ายๆ:
เทปดี = งานไว + ต้นทุนรวมถูกกว่า
ประเภทเทปที่นิยม
- OPP สีชา / ใส – ปิดกล่องทั่วไป
- เทปใสเกรดพรีเมียม – สำหรับกล่องหนัก
- กระดาษกาวคราฟท์ – ภาพลักษณ์ดี เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- เทปพิมพ์โลโก้ – เสริมความน่าเชื่อถือของแบรนด์
3. Bubble Wrap / แอร์บับเบิ้ล – กันกระแทกที่ใช้ผิดบ่อยที่สุด!
ธุรกิจส่วนใหญ่ “ใช้ผิดประเภท” เช่น
ใช้แอร์บับเบิ้ลบางเกินไปกับสินค้าเปราะ → สินค้าแตก
หรือห่อไม่ครบทุกด้าน → ชำรุดตอนจัดส่ง
ประเภทบับเบิ้ลที่ควรรู้
- เม็ดเล็ก → ของเบา, ของทั่วไป
- เม็ดใหญ่ → เครื่องใช้ไฟฟ้า, ของเปราะ, ของมีน้ำหนัก
- แบบหนาพิเศษ → ขนส่งไกล
ถ้าสินค้าคุณมีความเสี่ยงสูง แนะนำใช้ร่วมกับ EPE Foam เพื่อเพิ่มความหนาและความปลอดภัย
4. วัสดุแพ็คกิ้งพิมพ์โลโก้ – เครื่องมือสร้างแบรนด์ที่คุ้มที่สุดปีนี้
อยากให้ลูกค้าจดจำแบรนด์?
อยากให้กล่องดู Premium ตั้งแต่แรกเห็น?
อยากลดการปลอมสินค้า?
นี่คือเหตุผลที่ธุรกิจดังๆ ใช้
- เทปกาวพิมพ์โลโก้
- สายรัดพิมพ์แบรนด์
- กระดาษกาวพิมพ์ลาย
ต้นทุนเพิ่มนิดเดียว แต่ผลลัพธ์ด้าน Branding คุ้มเกินราคา
หากธุรกิจของคุณใช้วัสดุแพ็คกิ้งทุกวัน นี่คือสิ่งที่คุณควรจำ
- เลือกฟิล์มยืดที่หนาและยืดตัวดี
- ใช้เทปกาวเกรดเหมาะกับน้ำหนักกล่อง
- ระวังสินค้าเปราะให้มาก ใช้ทั้งบับเบิ้ลและโฟม
- ใช้วัสดุพิมพ์โลโก้เพื่อสร้างแบรนด์และลดปัญหาการแกะก่อนถึงผู้รับ
ใครอยากทำระบบแพ็คสินค้าให้ “แข็งแรง ประหยัด และมืออาชีพมากขึ้น”
ลองเริ่มจากการเลือกวัสดุให้เหมาะกับประเภทสินค้า และเลือกซื้อจากผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำแนะนำได้จริง